วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY)


โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY)
        การนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อกันเพื่อประโยชน์ของการสื่อสารนั้น สามารถกระทำได้หลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป โดยทึ่วไปแล้วโครงสร้างของเครือข่ายคอมพิวเตอร์สามารถจำแนกตามลักษณะของการเชื่อมต่อดังต่อไปนี้

        
เครือข่ายแบบดาว (star topology)
เครือข่ายแบบดาว (star topology) เป็น การเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด โดยสถานีทุกสถานีในเครือข่ายจะต่อเข้ากับหน่วยสลับสายกลางแบบจุดต่อจุด การติดต่อสื่อสารระหว่างสถานีจะกระทำได้ด้วยการติดต่อผ่านทางวงจรของหน่วยสลับสายกลาง การทำงานของหน่วยสลับสายกลางจึงคล้ายกับศูนย์กลางของการติดต่อวงจรเชื่อมโยงระหว่างสถานีต่างๆ ที่ต้องการติดต่อกัน



เครือข่ายแบบบัส (bus topology) เป็นรูปแบบที่มีผู้นิยมใช้มากแบบหนึ่ง เพราะมีโครงสร้างไม่ยุ่งยาก และไม่ต้องใช้อุปกรณ์สลับสาย การเชื่อมต่อมาลักษณะเป็น การเชื่อมต่อแบบหลายจุด สถานีทุกสถานีรวมทั้งอุปกรณ์ทุกชิ้นในเครือข่าย จะเชื่อมต่อเข้ากับสายสื่อสารหลักเพียงสายเดียวเรียกว่า แบ็กโบน (backbone) การจัดส่งข้อมูลลงบนบัส จึงสามารถทำให้การส่งข้อมูลไปถึงทุกสถานีได้ผ่านสายแบ็กโบนนี้ โดยการจัดส่งวิธีนี้ต้องกำหนดวิธีการที่จะไม่ให้ทุกสถานีส่งข้อมูลพร้อมกัน เพราะจะทำให้ข้อมูลชนกัน โดยวิธีการที่ใช้อาจเป็น  แบ่งช่วงเวลา หรือให้แต่ละสถานีใช้ความถี่สัญญาณที่แตกต่างกัน


เครือข่ายแบบวงแหวน  (ring topology)
เครือข่ายแบบวงแหวน (ring topology) เป็นลักษณะ การเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด เช่นเดียวกับแบบดาว โดยสถานีแต่ละสถานีจะต่อกับสถานีที่อยู่ติดทั้งสองข้างของตนเอง และทุกสถานีมีเครื่องขยายสัญญาณของตัวเอง โดยจะมีการเชื่อมโยงเครื่องขยายสัญญาณของแต่ละสถานีเข้าด้วยกันเป็นวงแหวน สัญญาณข้อมูลจะส่งอยู่ในวงแหวนแบบจุดต่อจุดไปในทิศทางเดียวกัน จนถึงผู้รับภายในเวลาที่กำหนด โดยเครื่องขยายสัญญาณเหล่านี้จะมีหน้าที่ในการรับข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเอง หรือจากเครื่องขยายสัญญาณตัวก่อนหน้า และส่งข้อมูลต่อไปยังเครื่องขยายสัญญาณตัวถัดไปเรื่อย ๆ เป็นวง หากข้อมูลที่ส่งเป็นของสถานีใด เครื่องขยายสัญญาณของสถานีนั้นก็รับและส่งให้กับสถานีนั้น จึงต้องมีการตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับว่าเป็นของตนหรือไม่ ถ้าใช่ก็รับไว้ ถ้าไม่ใช่ก็ส่งต่อไป อีกทั้งสามารถตรวจสอบความผิดพลาดในการส่งด้วย โดยกรณีที่เครื่องรับปลายทางไม่ได้รับสัญญาณข้อมูลในเวลาที่กำหนด จะมีการแจ้งว่าเกิดความผิดพลาดในเครือข่ายได้



เครือข่ายแบบผสม (Hybrid topology)
เป็นการเชื่อมต่อที่ผสนผสานเครือข่ายย่อยๆ หลายส่วนมารวมเข้าด้วยกัน เช่น นำเอาเครือข่ายระบบ Bus, ระบบ Ring และ ระบบ Star มาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน เหมาะสำหรับบางหน่วยงานที่มีเครือข่ายเก่าและใหม่ให้สามารถทำงานร่วมกันได้ ซึ่งระบบ Hybrid Network นี้จะมีโครงสร้างแบบ Hierarchical หรือ Tre ที่มีลำดับชั้นในการทำงาน


เครือข่ายแบบเมซ (Mesh topology)

เป็น Topology ที่ถือว่าป้องกันการผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นกับระบบได้ดีที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากเราเดินสาย Cable ไปเชื่อม ต่อกับ Station ทุก Station โดยเมื่อสายจาก Station ใดเกิดมีปัญหาขึ้นก็จะยังสามารถใช้สายอื่นที่เหลืออีกได้ ระบบนี้ยากต่อการ เดินสายและมีราคาแพงมาก จึงยังไม่เป็นที่นิยมมากนักเครือข่ายแบบดาว (star topology)
เครือข่ายแบบดาว (star topology) เป็น การเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด โดยสถานีทุกสถานีในเครือข่ายจะต่อเข้ากับหน่วยสลับสายกลางแบบจุดต่อจุด การติดต่อสื่อสารระหว่างสถานีจะกระทำได้ด้วยการติดต่อผ่านทางวงจรของหน่วยสลับสายกลาง การทำงานของหน่วยสลับสายกลางจึงคล้ายกับศูนย์กลางของการติดต่อวงจรเชื่อมโยงระหว่างสถานีต่างๆ ที่ต้องการติดต่อกัน


โครงงานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก


โครงงานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก


ที่มาและความสำคัญ

        เนื่องจากในท้องถิ่นของจังหวัดตากมีอาหารที่ขึ้นชื่อมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ เมี่ยงเต้าเจี้ยว หรือ เมี่ยงจอมพล มาจากที่ในอดีตทุกครั้งที่ จอมพลถนอม กิตติขจร มาเมืองตาก จะต้องไปกินเมี่ยงชนิดนี้ที่ร้านคุณป้าคนหนึ่งเป็นประจำ จนชาวบ้านพากันเรียกว่า ''เมี่ยงจอมพล'' ซึ่งเมี่ยงชนิดนี้มีส่วนประกอบมากมาย ได้แก่ ขิง ตะไคร้ เต้าเจี้ยว มะพร้าว กระเทียม พริกขี้หนู มะนาว ข้าวคั่ว ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นและมีคุณประโยชน์มากมายอีกด้วย เช่น กระเทียมสามารถช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ เป็นต้น
       ดันนั้นคณะผู้จัดทำจึงสนใจที่จะจัดทำโครงงานเพื่อหาเกี่ยวกับอัตราส่วนผสมของตัววัตถุดิบในการทำเมี่ยงคำที่มีความเหมาะสมลงตัวมากที่สุด 

จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า
1. เพื่อทราบถึงอัตราส่วนผสมที่ลงตัวของเมี่ยงคำ
2.เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมการรับประทานของชาวตาก

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ได้ทราบถึงอัตราส่วนผสมและต้นทุนในการทำเมี่ยงคำ
2.เป็นการสืบทอดวัฒนธรรมการรับประทานของชาวเมืองตาก


วิธีการดำเนินงาน

ที่
กิจรรมที่ปฏิบัติ
วันที่ปฏิบัติ
ผู้รับผิดชอบ
1.
รวมกลุ่มและวางแผนการทำโครงงาน
20/พ.ย./2555
สมาชิกในกลุ่ม
2.
ศึกษาข้อมูลโครงงาน
24/พ.ย./2555
สมาชิกในกลุ่ม
3.
ประชุมมอบหมายงานและจัดอุปกรณ์
30/พ.ย./2555
สมาชิกในกลุ่ม
4.
ลงมือทำโครงงาน
7/ธ.ค./2555
สมาชิกในกลุ่ม
5.
ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง
12/ธ.ค./2555
สมาชิกในกลุ่ม
6.
นำเสนอโครงงาน
27/ธ.ค./2555
สมาชิกในกลุ่ม













  ผลที่ได้รับ

  ส่วนประกอบที่ลงตัวคือ
พริกขี้หนูสด  1-2 ช้อนโต๊ะ
ตะไคร้ซอย  1/4 ถ้วย
ขิงสดหั่นชิ้นสี่เหลี่ยม 1/4 ถ้วย
มะนาวหั่นชิ้นสี่เหลี่ยม  1-2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสด 1/4 ถ้วย
ถั่วลิสงคั่ว 1/4 ถ้วย
มะพร้าวขูดเป็นเส้นยาวๆ 1/4 ถ้วย
ข้าวตากคั่ว หรือทอด (เราใช้ข้าวสุก 1 กำมือ วางใส่จานผึ่งแดดผึ่งลมไว้พอแห้งก็เอามาทอด)
กุ้งแห้ง (บางคนก็ไม่ใส่ )

สรุปผล
             จากที่ได้เรียนรู้ถึงอัตราส่วนและขั้นตอนการทำ พบว่า การทำเมี่ยงคำนั้นไม่ได้ยากและส่วนประกอบก็หาได้ง่ายในท้องถิ่น โดยเฉพาะในจังหวัดตาก จากสูตรทำเมี่ยงคำสามารถนำมาทำเป็นเมี่ยงคำเพื่อจำหน่ายและบริโภคได้ โดยสูตรที่ได้ให้ไว้นั้นสามารถรับประทานได้ต่อ 4-5คน

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Google ประกาศผลคำค้นหาแห่งปี 2012



Google ได้ประกาศผลคำค้นหาแห่งปี 2012

Google ได้ประกาศผลคำค้นหาแห่งปี 2012 บนเว็บไซต์ Google Zeitgeist 2012  ซึ่งจะบ่งบอกว่า คนใช้อินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่ พิมพ์ต้องการหาอะไรบนโลกอินเตอร์เน็ตตลอดปี 2012 ซึ่งก็บ่งบอกถึงความสนใจต่อเหตุการณ์ ศิลปิน หรือพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตด้วย โดยในปีนี้ คำค้นมาแรงสุด 3 อันดับแรกในไทย ได้แก่ 4Shared  แรงเงา และ Simsimi ตามลำดับ

คำค้นมาแรง 10 อันดับ ได้แก่

  1. 4Shared
  2. แรงเงา
  3. Simsimi
  4. Gangnam Style
  5. วินาทีเดียวเท่านั้น
  6. ร่มสีเทา
  7. ปิ่นอนงค์
  8. Dragon Nest
  9. Kizi
  10. บ่วง
นอกจากนี้ Google ยังได้สรุปคำค้นมาแรง ในแต่ละหมวด   10 อันดับสูงสุด จากทั้ง 15 หมวดด้วย ซึ่ง it24hrs จะนำเสนอหมวดที่น่าสนใจบางส่วน จาก 15 หมวด ดูกันว่าคนไทยสนใจอะไรกันในแต่ละหมวด 

คำค้นผู้คนมาแรง

  1. ครูอังคณา
  2. งานแต่งวุ้นเส้น
  3. ญาญ่า
  4. ณเดช
  5. ทับทิม

เพลงมาแรง

  1. Gangnam Style
  2. วินาทีเดียวเท่านั้น
  3. ร่มสีเทา
  4. จบมั้ย
  5. เพลงลูกอม 

รายการทีวีที่ค้นหามากที่สุด

  1. แรงเงา
  2. ขุนศึก
  3. The Voice
  4. ลูกผู้ชายไม้ตะพด
  5. ทองประกายแสด

แกดเจ็ต/เทคโนโลยี

  1. Simsimi
  2. Instragram
  3. iPhone 4s
  4. Line
  5. Facebook
รายละเอียดคำค้นอื่นๆ ที่คนไทยสนใจหามากที่สุด สามารถชมได้ผ่านทาง Google Zeitgeist 2012 ประเทศไทย

ส่วนคำค้นหาที่คนทั่วโลกหาผ่านเว็บไซต์ Google มากที่สุดในปีนี้ 5 อันดับ ได้แก่

  1. Whitney Houston   (ศิลปินหญิงที่ทั่วโลกรู้จัก ซึ่งปีเธอเสียชีวิตแล้ว)
  2. Gangnam Style (เพลงที่ค้นหาบน Youtube มากสุดและมีคนทำท่าเต้นตามเยอะสุด)
  3. Hurricane Sandy (เหตุการณ์พายุเฮอริเคน แซนดี้ ในสหรัฐ )
  4. iPad 3  (กับคำค้นรอคอย iPad รุ่นใหม่ในปี 2012 แต่สรุปแล้วปีนี้ปล่อยถึง 3 รุ่น คือ The new iPad , iPad Retina Display และ iPad Mini )
  5. Diablo 3  (เกมภาคใหม่ที่คอเกมทั่วโลกรอคอย)

ข้อมูลจาก http://www.it24hrs.com/2012/google-zeitgeist-2012-top-keyword/

วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Amazing 26 แดนมหัศจรรย์ที่สุดในโลก


26 แดนมหัศจรรย์ที่สุดในโลก
           wowwowwow!! สวยมากกก ,มีของประเทศไทยด้วยนะ ให้ทายว่าจังหวัดอะไร ?? ;)

1. Lucca, Tuscany, Italy
Lucca, Tuscany, Italy
2. Pulpit Rock, Norway
Pulpit Rock, Norway
3. Blue Cave, Zakynthos Island, Greece
Blue Cave, Zakynthos Island, Greece
4. Skaftafeli, Iceland
Skaftafeli, Iceland
5. Plitvice Lakes National Park, Croatia
Plitvice Lakes National Park, Croatia
6. Jiuzhaigou National Park, China
Jiuzhaigou National Park, China
7. Four Seasons Hotel, Bora Bora
Four Seasons Hotel, Bora Bora
8. Paterswoldse Meer, Netherlands
Paterswoldse Meer, Netherlands
9. Marble caves, Chile
Marble caves, Chile
10. Ice Canyon, Greenland
Ice Canyon, Greenland
11. Moraine Lake, Canada
Moraine Lake, Canada
12. Benteng Chittorgarh, India
Benteng Chittorgarh, India
13. Capilano Suspension Bridge, Canada
Capilano Suspension Bridge, Canada
14. Riomaggiore, Italy
Riomaggiore, Italy
15. Mount Roraima, Venezuela
Mount Roraima, Venezuela
16. Multnomah Falls, Oregon, United States of America
Multnomah Falls, Oregon, United States of America
17. Petra, Jordania
Petra, Jordania
18. Sanyou Cave, China
Sanyou Cave, China
19. Seljalandsfoss, Iceland
Seljalandsfoss, Iceland
20. Sky lanterns festival, Thailand
        “ประเพณียี่เป็ง” ของบ้านเราก็ติดอันดับด้วย อาจไม่ได้สวยน่าทึ่งด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ แต่มหัศจรรย์ด้วยประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรม
Sky lanterns festival, Thailand
21. Marqueyssac gardens, France
Marqueyssac gardens, France
22. Alesund, Norway
Alesund, Norway
23. Keukenhof, Netherlands
Keukenhof, Netherlands
24. Coyote Buttes slope, Arizona, USA
Coyote Buttes slope, Arizona, USA
25. Seychelles
Seychelles
26. East Iceland
East Iceland


ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2642739

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ป่า3 อย่างประโยชน์4 อย่าง


ป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง

ป่า 3 อย่างคือ
           
           1. ป่าไม้ใช้สอย  คือ ไม้โตเร็ว สำหรับใช้ในครัวเรือน เช่น สะเดา ไม้ไผ่
           2. ป่าไม้กินได้  คือ ไม้ผล เช่น มะม่วง และผักกินใบต่างๆ
           3. ป่าไม้เศรษฐกิจ  คือ  ไม้ที่ปลูกไว้ขาย  หรือไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้สัก


ส่วนประโยชน์ 4 อย่าง จำแนกประโยชน์แต่ละอย่างออกเป็น
          

            1. ป่าไม้ใช้สอย  นำมาสร้างบ้าน  ทำเล้าเป็ด  เล้าไก่  ด้ามจอบเสียม  ทำหัตถกรรม  หรือกระทั่งใช้เป็นเชื้อเพลิง (ฟืน) ในการหุงต้ม
           2. ป่าไม้กินได้  นำมาเป็นอาหาร  ทั้งพืชกินใบ  กินผล  กินหัว  และเป็นยาสมุนไพร
           3. ป่าไม้เศรษฐกิจ  เป็นแหล่งรายได้ของครัวเรือน  เป็นพืชที่สามารถนำมาจำหน่ายได้  ซึ่งควรปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องราคาตกต่ำและไม่แน่นอน
           4. ประโยชน์ในการช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ  การปลูกพืชที่หลากหลายอย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างสมดุลของระบบนิเวศในสวน  ช่วยปกป้องผิวดินให้ชุ่มชื้น ดูดซับน้ำฝน และค่อยๆ ปลดปล่อยความชื้อสู่สวนเกษตรกรรม

            ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.vcharkarn.com

คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต

คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต

         คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต

จริยธรรม หมายถึง หลักศีลธรรมจรรยาที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ หรือควบคุมการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ซึ่งเมื่อพิจารณาจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์แล้ว สามารถสรุปได้ 4 ประเด็น ได้แก่ 
1. ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy)
       ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ โดยทั่วไปหมายถึงสิทธิที่จะอยู่ตามลำพังและเป็นสิทธิที่เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น ปัจจุบันมีประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่เป็นข้อหน้าสังเกตดังนี้
- การเข้าไปดูข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และการบันทึกข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการบันทึก-แลกเปลี่ยนข้อมูลที่บุคคลเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์และกลุ่มข่าวสาร
- การใช้เทคโนโลยีในกาติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของบุคคล เช่น บริษัทใช้คอมพิวเตอร์ในการตรวจจับหรือเฝ้าดูการปฏิบัติงาน/การใช้บริการของพนักงาน
- การใช้ข้อมูลของลูกค้าจากแหล่งต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ในการขยายตลาด
- การรวบรวมหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล์ หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เพื่อนำไปสร้างฐานข้อมูลประวัติลูกค้าใหม่ขึ้นมาแล้วนำไปขายให้กับบริษัทอื่น
2. ความถูกต้อง (Information Accuracy)
ในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และเรียกใช้ข้อมูลนั้น คุณลักษณะที่สำคัญประการหนึ่งคือความน่าเชื่อถือได้ของข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลจะมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความถูกต้องในการบันทึกข้อมูลด้วย ประเด็นด้านจริยธรรมที่เกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูล โดยทั่วไปจะพิจารณาว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลที่จัดเก็บและเผยแพร่
3. ความเป็นเจ้าของ (Information Property)
          ในสังคมของเทคโนโลยีสารสนเทศมักจะกล่าวถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เมื่อท่านซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีการจดลิขสิทธิ์ นั่นหมายความว่าท่านจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการใช้ซอฟต์แวร์นั้น ซึ่งลิขสิทธิ์ในการใช้จะแตกต่างกันไปในแต่ละสินค้าและบริษัท บางโปรแกรมอนุญาตให้ติดตั้งได้เพียงเครื่องเดียว ในขณะที่บางโปรแกรมอนุญาตให้ใช้ได้หลายเครื่อง ตราบใดที่ท่านยังเป็นบุคคลที่มีสิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมา การคัดลอกโปรแกรมให้กับบุคคลอื่น เป็นการกระทำที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าท่านมีสิทธิในโปรแกรมนั้นในระดับใด
    4. การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility)
คือการป้องกันการเข้าไปดำเนินการกับข้อมูลของผู้ใช้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเป็นการรักษาความลับของข้อมูล ตัวอย่างสิทธิในการใช้งานระบบเช่น การบันทึก การแก้ไข/ปรับปรุง และการลบ เป็นต้น ดังนั้น ในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์จึงได้มีการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ และการเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมนั้น ถือว่าเป็นการผิดจริยธรรมเช่นเดียวกับการละเมิดข้อมูลส่วนตัว ในการใช้งานคอมพิวเตอร์และเครือข่ายร่วมกัน หากผู้ใช้ร่วมใจกันปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัดแล้ว การผิดจริยธรรมตามประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นก็คงจะไม่เกิดขึ้น
 
จรรยาบรรณการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์
1. ให้ระมัดระวังการละเมิดหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น
2. ให้แหล่งที่มาของข้อความ ควรอ้างอิงแหล่งข่าวได้
3. ไม่กระทำการรบกวนผู้อื่นด้วยการโฆษณาเกินความจำเป็น
4. ดูแลและแก้ไขหากตกเป็นเหยื่อจากโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์ เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นเป็นเหยื่อ
 
บัญญัติ 10 ประการ
1. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายหรือละเมิดผู้อื่น
2. ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น
3. ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือเปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น
4. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร
5. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
6. ต้องมีจรรยาบรรณการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์
7. ให้ระมัดระวังในการละเมิดหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น
8. ให้แหล่งที่มาของข้อความ ควรอ้างอิงแหล่งข่าวได้
9. ไม่กระทำการรบกวนผู้อื่นด้วยการโฆษณาเกินความจำเป็น
10. ดูแลและแก้ไขหากตกเป็นเหยื่อจากโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์ เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นเป็นเหยื่อ