วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เข้าค่ายลูกเสือ ม.2 โรงเรียนตากพิทยาคม~


เข้าค่ายลูกเสือม.2

โรงเรียนตากพิทยาคม ได้มีการจัดให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่เข้าค่ายลูกเสือที่ค่ายพระเจ้าตาก ในวันที่ 24-26 มกราคม2556 เป็นเวลา วัน คืน
      วันแรกตอนเช้าเป็นวันที่ต้องเดินทางไกลโดยเดินจากโรงเรียนห้วยนึ่งไปที่ค่ายตชด.เป็นระยะทางประมาณ5กิโลเมตร อากาศร้อนมากๆ และเหนื่อยมาก และไปถึงค่ายในตอนเที่ยง เมื่อมาถึงที่ค่ายได้ไปไหว้ศาลพระเจ้าตาก จากนั้นก็ให้นักเรียนไปเตรียมที่พักและรับประทานอาหาร จากนั้นคุณครูก็ให้นักเรียนแยกไปทำกิจกรรมต่างๆตามฐานต่างๆ

      วันที่2  ครูฝึกให้มาออกกำลังกาย จากนั้นให้ไปทำอาหารและอาบน้ำแต่งตัว ต่อไปครูฝึกก็แยกให้นักเรียนทำกิจกรรมตามฐาน ซึ่งแต่ละฐานมีความสนุกและความตื่นเต้นที่ต่างกันไป ในตอนเย็นได้มีกิจกรรมรอบกองไฟ  ทำให้พวกเราความสนุกมา
 

วันสุดท้าย ครูฝึกให้ออกกำลังกายเหมือนเดิม และทำการปิดการเข้าค่ายลูกเสือ


“ การไปเข้าค่ายครั้งนี้ช่วยฝึกให้มีอดทนและกล้าหาญมากขึ้น หนูสนุกมากๆและขอขอบคุณ ครูฝึกที่ค่ายตชด.ที่ได้ฝึกและให้ความรู้ และที่สำคัญขอขอบคุณ ผู้อำนวยการโรงเรียนตากพิทยาคมที่ได้จัดการเข้าลูกเสือให้แก่พวกเราคะ และอยากให้มีการจัดค่ายแบบนี้อีกต่อไปคะ



กิจกรรมประจำหน่วยที่ เรื่อง หลักการและวิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

กระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง
 กระบวนการเทคโนโลยี (Technological Process) คือ  ขั้นตอนการแก้ปัญหาหรือตอบสนองต่อความต้องการ ซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากทรัพยากรให้เป็นผลผลิตหรือผลลัพธ์ ระบบเทคโนโลยีประกอบด้วยกระบวนทางเทคโนโลยีทั้งหมด ขั้นตอน ได้แก่ 

1.กำหนดปัญหาหรือความต้องการ (Identification the problem,need or preference) 
2.รวบรวมข้อมูลเพื่อแสวงหาวิธีการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ (Information) 
3.เลือกวิธีการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ (Selection of the best possible solution)
4.ออกแบบและปฏิบัติ 
5.ทดสอบ (Testing to see if it works) 
6.การปรับปรุง (Modification and improvement)
7.ประเมินผล (Assessment)  
จงให้คำนิยามของสิ่งต่อไปนี้ พร้อมทั้งแสดงให้เห็นว่าสิ่งเหล่านั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง
ข้อมูล,สารสนเทศ,ความรู้
1)ข้อมูล คือ ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ เช่น คน สถานที่ สิ่งของต่าง ๆ ซึ่งมีการเก็บรวบรวมเอาไว้
2)สารสนเทศ คือ ข้อมูลที่ได้ผ่านกระบวนการประมวลผลแล้ว อาจใช้วิธีง่าย ๆ เช่น หาค่าเฉลี่ย หรือใช้ เทคนิคขั้นสูง 
3)ความรู้ คือ ความเข้าใจในเรื่องบางเรื่อง หรือสิ่งบางสิ่ง ซึ่งอาจจะรวมไปถึงความสามารถในการนำสิ่งนั้นไปใช้เพื่อเป้าหมายบางประการ 
.จงยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของนักเรียนเองว่า ความรู้ช่วยในการตัดสินใจได้อย่างไร
          เวลาเราเลือกซื้อของ เราต้องใช้ความรู้ในการพิจารณาของว่า มีความจำเป็นไหม ราคาเหมาสมรึเปล่า ปริมาตรเเละคุณภาพเป็นอย่างไร 
การเก็บรักษาข้อมูลและสารสนเทศมีวิธีอย่างไร และเก็บไว้เพื่อประโยชน์อะไร
การดูแลรักษาข้อมูล อาจประกอบด้วยกิจกรรมต่อไปนี้

 (1) การเก็บรักษาข้อมูล การเก็บรักษาข้อมูล หมายถึง การนำข้อมูลมาบันทึกเก็บไว้ในสื่อบันทึกต่างๆ เช่น แผ่นบันทึกข้อมูล นอกจากนี้ยังรวมถึงการดูแล และทำสำเนาข้อมูลเพื่อให้ใช้งานต่อไปในอนาคตได้      
(2) การทำสำเนาข้อมูล การทำสำเนาเพื่อเก็บรักษาข้อมูล หรือนำไปแจกจ่าย จึงควรคำนึงถึงความจุและความทนทานของสื่อบันทึกข้อมูล      
(3) การสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูล ข้อมูลต้องกระจายหรือส่งต่อไปยังผู้ใช้งานที่ห่างไกลได้ง่าย การสื่อสารข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญและมีบทบาทที่สำคัญยิ่งที่จะทำให้การส่งข่าวสารไปยังผู้ใช้ทำได้รวดเร็วและทันเวลา      
(4) การปรับปรุงข้อมูล ข้อมูลที่จัดเก็บไว้มีจุดประสงค์เพื่อการใช้งาน เช่น ในการตัดสินเพื่อดำเนินการ ดังนั้นข้อมูลจึงต้องมีการปรับปรุง ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา และจัดเก็บอย่างเป็นระบบเพื่อการค้นหาได้อย่างรวดเร็ว      
       ปัจจุบันผู้บริหารต้องสามารถปฏิบัติงานได้รวดเร็วขึ้น เพื่อตอบสนองต่อการแข่งขันตลอดจนการผลักดันของสังคมที่มีการใช้ระบบสื่อสารข้อมูลที่ทันสมัยมากขึ้น การแข่งขันในธุรกิจจึงมากขึ้นตามลำดับ มีการใช้คอมพิวเตอร์มาวิเคราะห์ แยกแยะ และจัดสรรข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจ     ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถมากขึ้น มีขนาดเล็กลง และราคาถูกลง การนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานจึงแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ตลอดจนระบบสื่อสารก้าวหน้ายิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลทำให้ระบบสารสนเทศขององค์การที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น   
การเผยแพร่สารสนเทศมีวัตถุประสงค์อย่างไร และต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
  วัตถุประสงค์ คือ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการเผยแพร่และต้องคำนึงถึง กลุ่มคนที่เราต้องการให้รับรู้ในการเผยเเพร่
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เมื่อนักเรียนพบปัญหา ตามปกตินักเรียนจะหาคำตอบให้แก้ปัญหานั้นด้วยวิธีใดบ้าง จงบอกมา 3 วิธี พร้อมทั้งบอกว่าแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอย่างไร   

ปัญหา คือ นอนไม่หลับ            
วิธีที่ 1  นอนเเต่หัวค่ำ ข้อดีนอนไปเรื่อยเดียวก็กลับเอง  ข้อเสียทำได้ยากเพราะต้องทำการบ้าน            วิธีที่ 2  หากิจกรรมทำก่อนนอน ข้อดี ง่วงทำให้หลับสบาย ข้อเสีย ต้องทำการบ้าน            
วิธีที่ 3 เปิดวิทยุ  ข้อดีหลับง่าย  ข้อเสียไม่มีใครปิดวิทยุให้ เปลืองไฟ
ปัญหาง่ายๆในชีวิตประจำวัน จำเป็นต้องใช้วิธีแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบหรือไม่ เพราะเหตุใด
      จำเป็น เพราะ การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบทำให้เรารู้ถึงปมปัญหา
 การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบมีขั้นตอนและวิธีการอย่างไร จงอธิบาย และมีประโยชน์อย่างไร
     ขั้นตอนที่ 1 วิเคราะห์ปัญหาเพื่อหาประเด็นสำคัญของปัญหา           

     ขั้นตอนที่ 2 หาแนวทางการแก้ปัญหา            
      ขั้นตอนที่ 3 กำหนดรายละเอียดในการแก้ปัญหา           
    ขั้นตอนที่ 4 พิจารณารายระเอียดว่าเหมาะสมหรือไม่           
     ขั้นตอนที่ 5 พิจารณามาตรการแก้ปัญหาว่าเพียงพอ
ประโยชน์ คือทำให้การเเก้ปัญหาง่ายขึ้น
จงยกตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยในการแก้ปัญหาที่นักเรียนได้พบเห็นมาโดยเล่าเรื่องราวพอสังเขปและวิจารณ์ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด
     การทำงานที่พิมพ์ทีละมาก ให้Saveบ่อยจะได้กันเวลาไฟตกหรือไฟดับ

วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

ของขวัญที่สาวๆ อยากได้จากหนุ่มในวัน Valentine

สวัสดี วันสุดท้ายของเดือนมกราคมจ้า 
                     เดือนหน้าก็เดือนกุมภาแล้ว และที่แน่นอนคือ วันวาเลนไทน์ ที่หลายคนกำลังรออยู่(?) ><
วันนี้เราก็เลยมีของขวัญที่สาวๆ อยากได้จากหนุ่มๆทั้งหลาย มาดูกันดีกว่าา :D

                            


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

           วันแห่งความรักอย่างวันวาเลนไทน์ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ทุกที สาว ๆ ที่กำลังมีความรักคงตื่นเต้นกันเป็นพิเศษว่าจะแต่งตัวยังไงไปเดทกับแฟนให้วันนี้น่าประทับใจยิ่งขึ้นดี ในขณะที่บรรดาสาวโสดก็ไม่ยอมแพ้ แต่งหน้าแต่งตัวสวยกันสุดฤทธิ์เผื่อจะได้พบรักครั้งใหม่ในวันวาเลนไทน์นี้เช่นกัน

           และวันนี้กระปุกดอทคอมก็ได้รวบรวมไอเทมที่สาว ๆ ขาดไม่ได้สำหรับวาเลนไทน์ปีนี้มาฝากกันแล้ว สาวคนไหนอยากรู้ก็ลองมาดูกันสิว่าไอเทมที่ว่านั้นจะมีอะไรบ้าง 

       1. เพชรหรือแอคเซสเซอรี่ประเภทวิบวับ

           ต่อให้ไม่ใช่ช่วงเทศกาล เพชรก็ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนแท้ของคุณผู้หญิงกันอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่เพราะราคาแพงที่ทำให้เพชรเม็ดเล็ก ๆ ดูหรูหราขึ้นเป็นเท่าตัวเท่านั้นหรอกนะ แต่ความคงทนที่สื่อถึงรักนิรันดร์ต่างหากที่ทำให้มันเป็นเครื่องประดับเหมาะจะใส่ในวาเลนไทน์เป็นอันดับต้น ๆ 

           อย่างไรก็ดีถ้าไม่ได้ไปดินเนอร์หรูจริง ๆ การใส่เพชรไป ก็ออกจะดูเวอร์ไปสักนิดจนขัดตาอยู่เหมือนกัน แถมสมัยนี้มิจฉาชีพยังชุกชุมจนเราไม่รู้ว่าเพชรจะไปเตะตาแฟนหรือโจรกันแน่อีกต่างหาก ดังนั้นสาว ๆ อาจเลือกใส่เป็นพวกเครื่องประดับวิบวับชิ้นเล็ก ๆ แทนก็ได้นะคะ เพราะความแวววาวเตะตาเวลาที่มันกระทบแสงไฟนั้นก็ช่วยขับให้คุณดูสดใสขึ้นได้เหมือนกัน

       2. ชุดชั้นในสีแดงหรือชมพู

           สำหรับคู่ที่ผูกพันกันแล้ว วันวาเลนไทน์ก็คงไม่ใช่แค่วันแสดงความรักหวานแหววแบบเด็ก ๆ อีกต่อไป แต่ค่ำคืนที่ร้อนแรงก็เป็นอีกสิ่งที่สำหรับคุณเช่นกัน ดังนั้นสาวเรียบร้อยทั้งหลายลองมาเปลี่ยนสไตล์ดูสักหน่อย และมาเป็นสาวเซ็กซี่เบา ๆ เอาใจแฟนด้วยการใส่ชุดชั้นในสีแดงหรือชมพูกันดีกว่า รับรองเลยว่าจะทำให้เขาประหลาดใจจนพูดไม่ออกไปเลย

       3. กระเป๋าถือ

           ถ้าจะบอกว่ากระเป๋าถือคือบ้านหลังเล็กขนาดพกพาของสาว ๆ ก็คงไม่ผิดนัก จากการที่เวลาค้นกระเป๋าสาว ๆ แต่ละคนก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่าเจ้าหล่อนมีนิสัยใจคออย่างไรบ้าง เพราะเธอมักจะใส่ของที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองไว้เสมอ เช่นสาวรักสวยรักงามมักพกเครื่องสำอาง ในขณะที่สาวห้าวลุย ๆ หน่อย อาจพกพวกน้ำแร่ไว้ดื่มเวลาออกกำลังกายก็ได้ แถมสไตล์ของกระเป๋ายังบอกถึงรสนิยมเจ้าของได้เป็นอย่างดีอีกต่างหาก การถือกระเป๋าที่เข้ากับการแต่งตัวและนิสัยของคุณ จึงเป็นการเปิดเผยตัวตนของคุณให้เขาได้รู้แบบอ้อม ๆ ได้ดี

       4. น้ำหอม

           อย่าดูถูกความสำคัญของน้ำหอมเชียวนะคะ เพราะกลิ่นนั้นเป็นเสน่ห์อีกอย่างที่ตามรูปร่างหน้าตามาติด ๆ เลยทีเดียว โดยกลิ่นที่เหมาะกับบุคลิกภาพจะช่วยให้คุณดูเป็นผู้หญิงน่าสนใจมากขึ้นอีกเยอะ แถมยังเรียกความมั่นใจและความสดชื่นได้ดีอีกต่างหาก อย่างไรก็ตาม ถ้าจะฉีดน้ำหอมก็ต้องระวังอย่าให้มากเกินไปด้วยล่ะ ไม่อย่างนั้นจากกลิ่นหอมจะกลายเป็นฉุนได้นะจ๊ะ

เสื้อผ้าแฟชั่น

       5. แว่นกันแดด

           ไอเทมเก๋ ๆ อย่างแว่นกันแดดนั้นสามารถเข้าได้กับทุกเทศกาล แถมยังช่วยให้คุณดูเป็นสาวเปรี้ยวสุดชิคที่หนุ่ม ๆ ปลื้มกันเป็นพิเศษอีกต่างหาก อย่างไรก็ตาม ถ้าจะใส่แว่นก็ต้องเลือกแบบที่เหมาะกับรูปหน้าสักหน่อย และดูด้วยว่าเหมาะกับสถานที่ ๆ คุณจะไปหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นเกิดใส่ไปทานอาหารเย็นในร้านหรู คงกลายเป็นตัวตลกไปได้ง่าย ๆ เลยล่ะ

       6. เครื่องประดับรูปหัวใจ

           แน่ล่ะว่าหัวใจซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวาเลนไทน์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้กันอยู่แล้ว ในเมื่อมันออกจะกิ๊บเก๋น่ารัก แล้วยังสื่อถึงความรักหวานแหววได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ดังนั้นลองมองหาแอ็คเซสซอรี่หัวใจเก๋ ๆ มาใส่กันดูนะคะ จะเป็นต่างหู กำไล หรือสร้อยคอก็ได้ รับรองว่าจะช่วยให้คุณดูน่ารักในสายตาหนุ่ม ๆ มากขึ้นได้แน่นอน

       7. เสื้อคู่รัก

           แหม..เวลามีแฟน ๆ สาว ๆ ส่วนใหญ่ก็คงต้องมีฝันอยากใช้ของเป็นคู่กับแฟนกันบ้างล่ะ โดยเฉพาะเสื้อคู่ซึ่งแทบจะเป็นของที่ขาดไม่ได้สำหรับหลาย ๆ คู่เลยทีเดียว ดังนั้นวันวาเลนไทนปีนี้อย่าเก็บเสื้อคู่ของคุณไว้ที่บ้านเฉย ๆ แต่ใส่ไปเดทเลยดีกว่านะคะ จะได้ดูน่ารักสวีทหวานมากขึ้น และเป็นการประกาศให้สาว ๆ คนอื่นรู้ด้วยว่าคนของคุณมีเจ้าของแล้วไปในตัวด้วยยังไล่ะ

       8. ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

           ฤดูหนาวแบบนี้ทำลายผิวได้ดีนักแหละ เพราะอากาศแห้ง ๆ นั้นจะทำให้ผิวของคุณขาดความชุ่มชื้นตามไปด้วย ดังนั้นอย่ามัวแต่ใส่ใจเรื่องการแต่งตัวจนลืมดูแลผิวพรรณเด็ดขาดนะคะ แต่ควรมองหาพวกมอยส์เจอไรส์เซอร์และโลชั่นบำรุงทั้งหลายมาใช้ด้วย ผิวจะได้เปล่งปลั่งชุ่มชื้นให้หนุ่ม ๆ มองกันตาค้างไปเลย

           อ้อ แล้วก็อย่ามัวแต่บริหารเสน่ห์ภายนอกอย่างเดียวจนลืมพกความมั่นใจและความเป็นตัวของตัวเองไปด้วยล่ะ เพราะสิ่งที่ทำให้เขาตกหลุมรักคุณแต่แรกก็มาจากนิสัยที่น่ารักของคุณนั่นแหละ

[Cr. : Dek-D]

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY)


โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY)
        การนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อกันเพื่อประโยชน์ของการสื่อสารนั้น สามารถกระทำได้หลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป โดยทึ่วไปแล้วโครงสร้างของเครือข่ายคอมพิวเตอร์สามารถจำแนกตามลักษณะของการเชื่อมต่อดังต่อไปนี้

        
เครือข่ายแบบดาว (star topology)
เครือข่ายแบบดาว (star topology) เป็น การเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด โดยสถานีทุกสถานีในเครือข่ายจะต่อเข้ากับหน่วยสลับสายกลางแบบจุดต่อจุด การติดต่อสื่อสารระหว่างสถานีจะกระทำได้ด้วยการติดต่อผ่านทางวงจรของหน่วยสลับสายกลาง การทำงานของหน่วยสลับสายกลางจึงคล้ายกับศูนย์กลางของการติดต่อวงจรเชื่อมโยงระหว่างสถานีต่างๆ ที่ต้องการติดต่อกัน



เครือข่ายแบบบัส (bus topology) เป็นรูปแบบที่มีผู้นิยมใช้มากแบบหนึ่ง เพราะมีโครงสร้างไม่ยุ่งยาก และไม่ต้องใช้อุปกรณ์สลับสาย การเชื่อมต่อมาลักษณะเป็น การเชื่อมต่อแบบหลายจุด สถานีทุกสถานีรวมทั้งอุปกรณ์ทุกชิ้นในเครือข่าย จะเชื่อมต่อเข้ากับสายสื่อสารหลักเพียงสายเดียวเรียกว่า แบ็กโบน (backbone) การจัดส่งข้อมูลลงบนบัส จึงสามารถทำให้การส่งข้อมูลไปถึงทุกสถานีได้ผ่านสายแบ็กโบนนี้ โดยการจัดส่งวิธีนี้ต้องกำหนดวิธีการที่จะไม่ให้ทุกสถานีส่งข้อมูลพร้อมกัน เพราะจะทำให้ข้อมูลชนกัน โดยวิธีการที่ใช้อาจเป็น  แบ่งช่วงเวลา หรือให้แต่ละสถานีใช้ความถี่สัญญาณที่แตกต่างกัน


เครือข่ายแบบวงแหวน  (ring topology)
เครือข่ายแบบวงแหวน (ring topology) เป็นลักษณะ การเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด เช่นเดียวกับแบบดาว โดยสถานีแต่ละสถานีจะต่อกับสถานีที่อยู่ติดทั้งสองข้างของตนเอง และทุกสถานีมีเครื่องขยายสัญญาณของตัวเอง โดยจะมีการเชื่อมโยงเครื่องขยายสัญญาณของแต่ละสถานีเข้าด้วยกันเป็นวงแหวน สัญญาณข้อมูลจะส่งอยู่ในวงแหวนแบบจุดต่อจุดไปในทิศทางเดียวกัน จนถึงผู้รับภายในเวลาที่กำหนด โดยเครื่องขยายสัญญาณเหล่านี้จะมีหน้าที่ในการรับข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเอง หรือจากเครื่องขยายสัญญาณตัวก่อนหน้า และส่งข้อมูลต่อไปยังเครื่องขยายสัญญาณตัวถัดไปเรื่อย ๆ เป็นวง หากข้อมูลที่ส่งเป็นของสถานีใด เครื่องขยายสัญญาณของสถานีนั้นก็รับและส่งให้กับสถานีนั้น จึงต้องมีการตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับว่าเป็นของตนหรือไม่ ถ้าใช่ก็รับไว้ ถ้าไม่ใช่ก็ส่งต่อไป อีกทั้งสามารถตรวจสอบความผิดพลาดในการส่งด้วย โดยกรณีที่เครื่องรับปลายทางไม่ได้รับสัญญาณข้อมูลในเวลาที่กำหนด จะมีการแจ้งว่าเกิดความผิดพลาดในเครือข่ายได้



เครือข่ายแบบผสม (Hybrid topology)
เป็นการเชื่อมต่อที่ผสนผสานเครือข่ายย่อยๆ หลายส่วนมารวมเข้าด้วยกัน เช่น นำเอาเครือข่ายระบบ Bus, ระบบ Ring และ ระบบ Star มาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน เหมาะสำหรับบางหน่วยงานที่มีเครือข่ายเก่าและใหม่ให้สามารถทำงานร่วมกันได้ ซึ่งระบบ Hybrid Network นี้จะมีโครงสร้างแบบ Hierarchical หรือ Tre ที่มีลำดับชั้นในการทำงาน


เครือข่ายแบบเมซ (Mesh topology)

เป็น Topology ที่ถือว่าป้องกันการผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นกับระบบได้ดีที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากเราเดินสาย Cable ไปเชื่อม ต่อกับ Station ทุก Station โดยเมื่อสายจาก Station ใดเกิดมีปัญหาขึ้นก็จะยังสามารถใช้สายอื่นที่เหลืออีกได้ ระบบนี้ยากต่อการ เดินสายและมีราคาแพงมาก จึงยังไม่เป็นที่นิยมมากนักเครือข่ายแบบดาว (star topology)
เครือข่ายแบบดาว (star topology) เป็น การเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด โดยสถานีทุกสถานีในเครือข่ายจะต่อเข้ากับหน่วยสลับสายกลางแบบจุดต่อจุด การติดต่อสื่อสารระหว่างสถานีจะกระทำได้ด้วยการติดต่อผ่านทางวงจรของหน่วยสลับสายกลาง การทำงานของหน่วยสลับสายกลางจึงคล้ายกับศูนย์กลางของการติดต่อวงจรเชื่อมโยงระหว่างสถานีต่างๆ ที่ต้องการติดต่อกัน


โครงงานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก


โครงงานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก


ที่มาและความสำคัญ

        เนื่องจากในท้องถิ่นของจังหวัดตากมีอาหารที่ขึ้นชื่อมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ เมี่ยงเต้าเจี้ยว หรือ เมี่ยงจอมพล มาจากที่ในอดีตทุกครั้งที่ จอมพลถนอม กิตติขจร มาเมืองตาก จะต้องไปกินเมี่ยงชนิดนี้ที่ร้านคุณป้าคนหนึ่งเป็นประจำ จนชาวบ้านพากันเรียกว่า ''เมี่ยงจอมพล'' ซึ่งเมี่ยงชนิดนี้มีส่วนประกอบมากมาย ได้แก่ ขิง ตะไคร้ เต้าเจี้ยว มะพร้าว กระเทียม พริกขี้หนู มะนาว ข้าวคั่ว ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นและมีคุณประโยชน์มากมายอีกด้วย เช่น กระเทียมสามารถช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ เป็นต้น
       ดันนั้นคณะผู้จัดทำจึงสนใจที่จะจัดทำโครงงานเพื่อหาเกี่ยวกับอัตราส่วนผสมของตัววัตถุดิบในการทำเมี่ยงคำที่มีความเหมาะสมลงตัวมากที่สุด 

จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า
1. เพื่อทราบถึงอัตราส่วนผสมที่ลงตัวของเมี่ยงคำ
2.เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมการรับประทานของชาวตาก

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ได้ทราบถึงอัตราส่วนผสมและต้นทุนในการทำเมี่ยงคำ
2.เป็นการสืบทอดวัฒนธรรมการรับประทานของชาวเมืองตาก


วิธีการดำเนินงาน

ที่
กิจรรมที่ปฏิบัติ
วันที่ปฏิบัติ
ผู้รับผิดชอบ
1.
รวมกลุ่มและวางแผนการทำโครงงาน
20/พ.ย./2555
สมาชิกในกลุ่ม
2.
ศึกษาข้อมูลโครงงาน
24/พ.ย./2555
สมาชิกในกลุ่ม
3.
ประชุมมอบหมายงานและจัดอุปกรณ์
30/พ.ย./2555
สมาชิกในกลุ่ม
4.
ลงมือทำโครงงาน
7/ธ.ค./2555
สมาชิกในกลุ่ม
5.
ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง
12/ธ.ค./2555
สมาชิกในกลุ่ม
6.
นำเสนอโครงงาน
27/ธ.ค./2555
สมาชิกในกลุ่ม













  ผลที่ได้รับ

  ส่วนประกอบที่ลงตัวคือ
พริกขี้หนูสด  1-2 ช้อนโต๊ะ
ตะไคร้ซอย  1/4 ถ้วย
ขิงสดหั่นชิ้นสี่เหลี่ยม 1/4 ถ้วย
มะนาวหั่นชิ้นสี่เหลี่ยม  1-2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสด 1/4 ถ้วย
ถั่วลิสงคั่ว 1/4 ถ้วย
มะพร้าวขูดเป็นเส้นยาวๆ 1/4 ถ้วย
ข้าวตากคั่ว หรือทอด (เราใช้ข้าวสุก 1 กำมือ วางใส่จานผึ่งแดดผึ่งลมไว้พอแห้งก็เอามาทอด)
กุ้งแห้ง (บางคนก็ไม่ใส่ )

สรุปผล
             จากที่ได้เรียนรู้ถึงอัตราส่วนและขั้นตอนการทำ พบว่า การทำเมี่ยงคำนั้นไม่ได้ยากและส่วนประกอบก็หาได้ง่ายในท้องถิ่น โดยเฉพาะในจังหวัดตาก จากสูตรทำเมี่ยงคำสามารถนำมาทำเป็นเมี่ยงคำเพื่อจำหน่ายและบริโภคได้ โดยสูตรที่ได้ให้ไว้นั้นสามารถรับประทานได้ต่อ 4-5คน

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Google ประกาศผลคำค้นหาแห่งปี 2012



Google ได้ประกาศผลคำค้นหาแห่งปี 2012

Google ได้ประกาศผลคำค้นหาแห่งปี 2012 บนเว็บไซต์ Google Zeitgeist 2012  ซึ่งจะบ่งบอกว่า คนใช้อินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่ พิมพ์ต้องการหาอะไรบนโลกอินเตอร์เน็ตตลอดปี 2012 ซึ่งก็บ่งบอกถึงความสนใจต่อเหตุการณ์ ศิลปิน หรือพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตด้วย โดยในปีนี้ คำค้นมาแรงสุด 3 อันดับแรกในไทย ได้แก่ 4Shared  แรงเงา และ Simsimi ตามลำดับ

คำค้นมาแรง 10 อันดับ ได้แก่

  1. 4Shared
  2. แรงเงา
  3. Simsimi
  4. Gangnam Style
  5. วินาทีเดียวเท่านั้น
  6. ร่มสีเทา
  7. ปิ่นอนงค์
  8. Dragon Nest
  9. Kizi
  10. บ่วง
นอกจากนี้ Google ยังได้สรุปคำค้นมาแรง ในแต่ละหมวด   10 อันดับสูงสุด จากทั้ง 15 หมวดด้วย ซึ่ง it24hrs จะนำเสนอหมวดที่น่าสนใจบางส่วน จาก 15 หมวด ดูกันว่าคนไทยสนใจอะไรกันในแต่ละหมวด 

คำค้นผู้คนมาแรง

  1. ครูอังคณา
  2. งานแต่งวุ้นเส้น
  3. ญาญ่า
  4. ณเดช
  5. ทับทิม

เพลงมาแรง

  1. Gangnam Style
  2. วินาทีเดียวเท่านั้น
  3. ร่มสีเทา
  4. จบมั้ย
  5. เพลงลูกอม 

รายการทีวีที่ค้นหามากที่สุด

  1. แรงเงา
  2. ขุนศึก
  3. The Voice
  4. ลูกผู้ชายไม้ตะพด
  5. ทองประกายแสด

แกดเจ็ต/เทคโนโลยี

  1. Simsimi
  2. Instragram
  3. iPhone 4s
  4. Line
  5. Facebook
รายละเอียดคำค้นอื่นๆ ที่คนไทยสนใจหามากที่สุด สามารถชมได้ผ่านทาง Google Zeitgeist 2012 ประเทศไทย

ส่วนคำค้นหาที่คนทั่วโลกหาผ่านเว็บไซต์ Google มากที่สุดในปีนี้ 5 อันดับ ได้แก่

  1. Whitney Houston   (ศิลปินหญิงที่ทั่วโลกรู้จัก ซึ่งปีเธอเสียชีวิตแล้ว)
  2. Gangnam Style (เพลงที่ค้นหาบน Youtube มากสุดและมีคนทำท่าเต้นตามเยอะสุด)
  3. Hurricane Sandy (เหตุการณ์พายุเฮอริเคน แซนดี้ ในสหรัฐ )
  4. iPad 3  (กับคำค้นรอคอย iPad รุ่นใหม่ในปี 2012 แต่สรุปแล้วปีนี้ปล่อยถึง 3 รุ่น คือ The new iPad , iPad Retina Display และ iPad Mini )
  5. Diablo 3  (เกมภาคใหม่ที่คอเกมทั่วโลกรอคอย)

ข้อมูลจาก http://www.it24hrs.com/2012/google-zeitgeist-2012-top-keyword/