วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

อาการปวดคอ



ปวดคอเกิดจากอะไร? วันนี้เรามารายงานให้ทราบกัน 





     
        เนื่องจากว่าอากาศของ  ปวดคอ  เป็นอากาศหนึ่งที่ในปัจจุบันนั้นเป็นกันเยอะเลยทีเดียวไม่ว่าจะมากจาการทำงานหรือว่าสาเหตุจากอุบัติเหตุ  รวมไปถึงคนที่ชอบยื่นหลังค่อม มีพุงยื่นออกมาก็มีส่วนเช่นกัน  ตามจริงแล้วขอเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญมากที่เราต้องดูแลหากเกิดอาการปวดเป็นเวลานานแล้ว  มักจะมีอาการอื่นตามาเช่น ปวดหัว  คลื่นไส้  อาเจียน  หรือไปยังแขนและมือ  เนื่องจากว่าคอเป็นอวัยวะหนึ่งมีความจำเป็นในการปกป้องระบบประสาทของเรา  จากสมองไปสู่ไขสันหลังสิ่งเป็นอาการปวดที่เราต้องระวังให้มากเช่นกัน
สาเหตุอาการปวดคอ
                สำหรับโดยทั่วไปอาจจะเกิดอาการ  ที่เราทำงานหรือว่าพักผ่อนต่างๆ ที่ผิดไปจึงทำให้อาการปวดคอเกิดขึ้นได้  การนอนผักผ่อนไม่ว่าจะหมอนสูงไปหรือต่ำไป  หรือตกหมอน  นั่งหลังค่อมหดลำคอจ้องจอคอมพิวเตอร์ ตื่นเช้ามาจะมีอาการปวดได้  และเกิดจากอุบัติเหตุด้วย
การรักษาอาการปวดคอ
                โดยทั่วไปอาการปวดคอนั้นหากเป็นอาการที่เกิดขึ้นจากอะไรเป็นอันดับแรก  หากเกิดจากอาการไปทำให้เกิดอยากรวดเร็วในกล้ามเนื้อเช่นการนอนผิดท่า  คอตกหมอน  ให้บรรเทาด้วยด้วยน้ำแข็งบริเวณที่ปวดอาจจะนวดด้วยยาคายกล้ามเนื้อต่างๆ ให้อาการดีขึ้นระยะเวลาอยู่กับว่าเป็นมากหรือน้อย  หากเกิดจากการทำงานต่างๆ ในการใช้ชีวิตประจำวันก็เช่นเดียวกัน  หากอาการไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์

       ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.krabork.com/2012/09/03/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0
%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%81/#more-1517

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ปุ่มEsc บนคีย์บอร์ดเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ?



รู้ไหม? ปุ่มEsc บนคีย์บอร์ดเกิดขึ้นมาได้อย่างไร




         หากจะพูดถึงปุ่ม Esc ที่มุมซ้ายบนสุดของคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ หลายคนอาจจะคิดว่าไม่ค่อยสลักสำคัญอะไรนัก เพราะนาน ๆ ทีถึงจะได้งานมันสักที แต่ถ้าลองมาคิดดูแล้ว เมื่อไรที่ขาดมันไปแล้ว อะไร ๆ ก็คงจะยากเย็นขึ้นไม่น้อยเหมือนกันนะ เพราะมันคือปุ่มช่วยกู้สถานการณ์ ที่ช่วยพาเราให้หนีจากหน้าต่าง หรือกล่องข้อความเตือนใด ๆ ที่เราไม่ต้องการได้ดีเลยทีเดียว
         แต่คุณ ๆ รู้ไหมว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้น ปุ่ม Esc ไม่ได้ใช้เพื่อการยกเลิกการทำงาน หรือออกจากการตั้งค่าต่าง ๆ เหมือนกับปัจจุบัน แต่จะใช้เพื่ออะไร และใครเป็นคนคิดค้นนั้น วันนี้เราขอนำเกร็ดน่ารู้นี้มาฝากกัน
         ปุ่ม Esc หรือ Escape key ถูกคิดค้นขึ้นเมื่อ 50 ปีก่อน โดยนายบ็อบ เบเมอร์ โปรแกรมเมอร์จากบริษัทไอบีเอ็ม ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ของโลก ซึ่งจุดประสงค์ของการสร้างปุ่ม Esc ขึ้นมาในตอนนั้น คือใช้เพื่อการสลับเปลี่ยนรูปแบบของรหัสคำสั่งบนคอมพิวเตอร์ เนื่องจากในช่วงแรก ๆ นั้น รหัสที่ใช้สำหรับสั่งการระบบของคอมพิวเตอร์แต่ละเจ้านั้น มีรูปแบบที่แตกต่างกัน จนกระทั่งเมื่อภาษาคอมพิวเตอร์ ถูกปรับให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ปุ่ม Esc ก็ได้กลายเป็นปุ่มสำหรับยกเลิกการทำงานต่าง ๆ บนคอมพิวเตอร์นับตั้งแต่นั้นมา

         และนับตั้งแต่คอมพิวเตอร์ได้กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ที่จำเป็นสำหรับชีวิตคนส่วนใหญ่บนโลก ปุ่ม Esc ก็ยังคงปรากฏอยู่บนแป้นพิมพ์มาถึงทุกวันนี้ โดยผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหลายมักจะกดปุ่มนี้ทุกครั้งเมื่อมีหน้าต่างแจ้งเตือนใด ๆ ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ และพวกเขาไม่ต้องการจะเห็นมันอีก หรือง่าย ๆ ก็คือปุ่ม Esc นั้นให้อารมณ์ประมาณว่า ไม่, ยกเลิก, ออก, ไม่สนใจ หรือปิด 
         

         นอกจากนี้ ไม่ใช่แค่เพียงการปิดหน้าต่างข้อความเตือนเท่านั้น แต่ปุ่ม esc ยังช่วยผู้ใช้ได้ในกรณีที่ผู้ใช้กำลังดูหนัง หรือเล่นเกมได้อีกด้วย โดยมันจะทำให้ผู้ใช้สามารถกลับสู่หน้าหลักของเกม หยุดเกมชั่วคราว หรือออกเกมสู่หน้าหลักของคอมพิวเตอร์ได้อย่างทันที เรียกว่าช่วยกู้สถานการณ์ได้ดี โดยเฉพาะในกรณีที่เกมกำลังดำเนินไป และยากจะสิ้นสุด ปุ่มนี้ช่วยได้มากเลยทีเดียว ซึ่งประโยชน์ของปุ่ม Esc ตรงนี้ คอเกมรู้ดี
     
       ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.banprak-nfe.com/webboard/index.php?topic=3052.0

วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ปลาทอง

      ลักษณะโดยทั่วไปของปลาทอง  

ปลาทอง บางครั้งนิยมเรียกว่า ปลาเงินปลาทอง (Goldfish) เป็นปลาน้ำจืด อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Carassius auratus เป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและญี่ปุ่น โดยดั้งเดิมถือเป็นปลาที่ถูกนำมาบริโภคกันเป็นอาหาร ต่อมาได้ถูกพัฒนาสายพันธุ์มาไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี จนกลายเป็นปลาสวยงามหลากหลายสายพันธุ์ในปัจจุบัน
โดยปลาทองเชื่อว่า เป็นปลาสวยงามชนิดแรกที่มนุษย์เลี้ยง จากหลักฐานที่ปรากฏไม่ต่ำกว่า 2,000 ปีมาแล้ว เป็นรูปสลักปลาทองหลากหลายสีว่ายรวมกันอยู่ในบ่อที่ประเทศจีน ถือเป็นประเทศแรกที่เลี้ยงปลาทอง แต่ประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้พัฒนาสายพันธุ์ปลาทองให้มีความสวยงามและหลากหลายมาจนปัจจุบัน โดยเมืองแรกที่ทำการเลี้ยง คือ ซะไก ในจังหวัดโอซะกะ ในราวปี ค.ศ. 1502-ค.ศ. 1503 แต่กลายมาเป็นที่นิยมเมื่อเวลาต่อมาอีกราว 100 ปี ถึงขนาดมีร้านขายปลาทองเปิดกันเป็นจำนวนมาก
ปลาทองมีรูปร่างอ้วน ป้อม มีเกล็ดแบบบางเรียบ ครีบอกกลมแบน ครีบหางเป็นรูปพัด เป็นปลากินพืช และแมลงน้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร เป็นปลาที่ตะกละสามารถกินอาหารได้ตลอดทั้งวัน ตัวผู้เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์จะมีตุ่มสิวขึ้นตามครีบอกและใบหน้า ปลาตัวท้องช่องท้องจะอูมเป่งออก วางไข่ตามพืชน้ำ ไข่ใช้เวลาฟักตัวประมาณ 2 วัน
ปลาทองมีสีหลากหลายตั้งแต่สีแดงสีทองสีส้มสีเทาสีดำและสีขาว แม้กระทั่งสารพัดสีในตัวเดียวกัน ในธรรมชาติชอบอาศัยตามหนองน้ำและลำคลองที่ติดกับแม่น้ำ อาจมีอายุได้ถึง 20-30 ปี ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ต่อมาถูกนำไปเลี้ยงในยุโรปเมื่อศตวรรษที่ 17 และถูกนำไปเผยแพร่ในอเมริกา ในศตวรรษที่ 19 สำหรับในประเทศไทย เชื่อว่าปลาทองเข้าในสมัยอยุธยาตอนกลางเพื่อเป็นของบรรณาการในราชสำนักราว ๆ ค.ศ. 1370-ค.ศ. 1489
ในปัจจุบันมักเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม และปลาทองที่เลี้ยงไว้ดูเล่นจะมีช่วงชีวิต ประมาณ 7-8 ปี พบจำนวนน้อยมากที่มีอายุถึง 20 ปี ปัจจุบันประเทศจีน,ฮ่องกง,สิงคโปร์ และญี่ปุ่น เป็นศูนย์กลางการส่งออกปลาทองที่ใหญ่ที่สุด
สำหรับในประเทศไทย การเลี้ยงปลาทองในฐานะปลาสวยงามในยุคปัจจุบัน เริ่มขึ้นหลังปี ค.ศ. 1960 ซึ่งความนิยมจะเริ่มขึ้นจากพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อนจะขยายไปตามจังหวัดต่าง ๆ จนปัจจุนมีฟาร์มปลาทองมากมาย มีปลาหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งเกรดสูงที่มีราคาแพง และเกรดธรรมดาทั่วไป


ขอบคุณข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87

FBI คืออะไร ?

มารู้จัก FBI กัน!!


         เวลาที่ตำรวจในหนังฮอลลีวูดพูดว่า.. "หยุดอย่าขยับนี่เจ้าหน้าที่ FBI" 
เจ้าหน้าที่ FBI ก็คือตำรวจประเภทหนึ่ง แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ ว่าเจ้าหน้าที่ FBI
คือตำรวจอะไร?
FBI นั้นย่อมาจาก Federal Bureau of In vestigation เป็นหน่วยสืบสวน
คดีอาญาของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1908
ชื่อเดิมคือ Bureau of Investigation

ในปี ค.ศ. 1924 ได้มีการปรับปรุงหน่วยงานขึ้นใหม่ และได้กำหนดนโยบาย
ของหน่วยงานที่ชัดเจนขึ้น และในปี ค.ศ. 1935 เปลี่ยนชื่อเป็น Federal Bureau
of In vestigation (ซื่อเดียวกับปัจจุบัน)
ีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (Washington, D.C.) และยังมี
สำนักงานอยู่ตามเมืองยุทธศาสตร์ที่สำคัญอีก 58 แห่ง ทั่วสหรัฐอเมริกา
และเปอร์โตริโก
หน้าที่หลัก คือ สอบสวน และสืบสวนคดีของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เช่น การละเมิดกฏหมายของรัฐบาลกลาง การก่อวินาศกรรม การก่อการร้าย เป็นต้น
เอฟบีไอมีหน่วยรวบรวมรูปพรรณบุคคล (Identification Division) และได้ตั้งระบบรายงานอาชญากรรม (Criminal Report System) ซึ่งเน้นการนำหลักวิทยาศาสตร์ มาใช้ในการสืบสวน สอบสวน และหาพยานหลักฐาน นอกจากนั้น ยังมีห้องปฏิบัติการทางด้านเคมีเพื่อใช้ในการพิสูจน์หลักฐานประกอบการสืบสวนอีกด้วยต่อมา ขอบเขตอำนาจของเอฟบีไอได้ขยายมากขึ้น ตามความเจริญก้าวหน้าของโลกปัจจุบัน เพราะ..
เมื่อผู้ก่อการร้ายใช้วิธีใหม่ๆ ในการก่อความไม่สงบ FBI ก็ต้องพัฒนาให้ทันเพื่อการต่อกร จึงนับว่าเป็นองค์กรที่ต้องเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
เพื่อความสงบสุขของประชาชนสหรัฐอเมริกา

มารยาทบนโต๊ะอาหาร (Table manners)

วันนี้เรามาดู มารยาทบนโต๊ะอาหารที่ควรทราบ กันค่ะ!
         
     มารยาทบนโต๊ะอาหารที่ควรทราบ มีดังนี้

         1. อาหารที่ใช้มีด และส้อมตัด หรือเฉือนอาหาร จะต้องให้ปลายของส้อมอยู่ในลักษณะคว่ำลงให้ด้ามของมีดและส้อมอยู่ในฝ่ามือ
         2. หากมีการสำลักหรือสะอึก ควรดื่มน้ำเพื่อช่วยแก้ไข แต่ถ้าไม่ดีขึ้นทำได้โดยขอโทษผู้ที่นั่งใกล้ๆ แล้วรีบออกจากห้องอาหารไปอย่างเงียบๆ
         3. ในการดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มชนิด จะต้องใช้มือขวาจับแก้วดื่ม
         4. การนั่งโต๊ะรับประทานอาหารควรนั่งในลักษณะตัวตรง แล้วเอามือวางไว้บนตัก ให้ข้อศอกและแขนติดอยู่กับตัว ไม่ควรให้เกะกะคนอื่น
         5. ขณะนั่งรับประทานอาหารโดยใช้มีดกับส้อม อย่ากางแขนหรือข้อศอกให้มาก จะต้องให้ข้อศอกแนบกับตัวเอง
         6. จานขนมปังจะจัดวางไว้ทางซ้ายมือ เวลารับประทานจะต้องหยิบขนมปังทางซ้ายมือ อย่าหยิบทางขวามือเป็นอันขาด เพราะจะเป็นขนมปังของคนอื่น
         7. อย่าใช้มีดตัก หรือจิ้มอาหารใส่ปากเป็นอันขาด
         8. ขณะที่นั่งที่โต๊ะอาหาร เมื่อพนักงานบริการนำอาหาร หรือเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ ควรเอียงตัวเล็กน้อย เพื่อให้พนักงานบริการเสิร์ฟอาหารหรือเครื่องดื่มได้สะดวก
         9. แก้วเครื่องดื่มต่างๆ บนโต๊ะอาหาร ที่มีการจัดแก้วไว้โดยเฉพาะ เช่น แก้วเหล้าไวน์ แก้วกาแฟ หรือแก้วแชมเปญ เป็นต้น ในกรณีไม่ต้องการดื่มเครื่องดื่มชนิดใดให้คว่ำแก้วนั้นไว้ เมื่อพนักงานเสิร์ฟเครื่องดื่ม จะทราบว่า ผู้รับประทานไม่ต้องการดื่มเครื่องดื่มชนิดนั้นจึงไม่ต้องเสิร์ฟ
       10. ในระหว่างการนั่งรับประทานอาหาร ไม่ควรอ่านหนังสือ เว้นแต่จะเป็นเมนูอาหาร หรือรายการเครื่องดื่มเท่านั้น


           ขอบคุณข้อมูลจาก  http://www.lib.ru.ac.th/miscell/west-eat-manners.html

7-11 สาขาแรกอยู่ที่ไหนกัน ?


7-11 สาขาแรกอยู่ที่ไหน ??

         เซเว่น อีเลฟเว่น สาขาแรก ถือกำเนิดขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2470โดย บริษัท เซาท์แลนด์ ไอซ์ จำกัด (เซาท์แลนด์ คอร์ปอเรชั่น) เริ่มต้นกิจการผลิต และจัดจำหน่ายน้ำแข็ง ที่เมืองดัลลัส รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา ในปีเดียวกัน ทางบริษัทฯ ได้นำสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ มาจำหน่าย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า จึงเปลี่ยนชื่อเป็น Tote'm Store ต่อมาในปี พ.ศ. 2489 ได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้ง เป็น เซเว่น-อีเลฟเว่น (7-Eleven) เพื่อรองรับการขยายกิจการนี้ ซึ่งในระยะแรก เปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 07.00-23.00 น. ของทุกวัน อันเป็นที่มาของชื่อ เซเว่น อีเลฟเว่น นั่นเอง
ในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษที่ 1980 บริษัทเริ่มประสบปัญหาทางการเงิน และได้รับความช่วยเหลือจากอิโต-โยคะโดซึ่งเป็นผู้ซื้อแฟรนไชส์รายใหญ่ที่สุด บริษัทญี่ปุ่นมีอำนาจควบคุมบริษัทในปี พ.ศ. 2534 ในปี พ.ศ. 2548 อิโต-โยคะโดก่อตั้งบริษัทเซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิงส์และเซเว่น อีเลฟเว่นก็กลายเป็นบริษัทลูกของเซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิงส์ตั้งแต่นั้นมา
เซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย
สำหรับในประเทศไทย แฟรนไชส์ เซเว่น อีเลฟเว่น บริหารโดย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ บมจ.ซีพี ออลล์ (เดิมคือ บมจ. ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น) บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยได้ลงนามในสัญญา ซื้อสิทธิการประกอบกิจการ จากเจ้าของสิทธิ์ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ อาคารธารา สาทรทาวเวอร์ ชั้น 12 ซอยสาทร 5 ถนนสาทรใต้ กรุงเทพมหานคร
         เซเว่น อีเลฟเว่น สาขาแรกในประเทศไทย คือ สาขาถนนพัฒน์พงศ์ ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนพัฒน์พงษ์ เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2532 ปัจจุบันมีจำนวนสาขาประมาณ 6,300 สาขา (ข้อมูล ณ มกราคม พ.ศ. 2555) เฉพาะในกรุงเทพมหานคร มีมากกว่า 300 สาขา รองลงมาคือ เชียงใหม่ มีมากกว่า 78 สาขา ซึ่งไทยมีสาขามากเป็นอันดับ 3 รองจากญี่ปุ่น และ ไต้หวัน ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังถือเป็นร้านค้าปลีกที่มีเครือข่ายมากที่สุด โดยมียอดขายเฉลี่ย 65,019 บาท ต่อวันต่อสาขา
ในปี พ.ศ. 2545 ทางซีพี ออลล์ได้มีการขยายสาขาไปสู่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. เพื่อให้สาขาครอบคลุมทั่วประเทศไทย โดยทำให้มีผู้ใช้บริการมากกว่า 4 ล้านคนต่อวัน โดยปัจจุบันนี้สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ทั่วประเทศเกือบทุกแห่งมีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในสาขา ทั้งรูปแบบ Standard Platinum และ PTT Park
ชื่อของซีพี ออลล์ ในอดีตมีชื่อว่าบริษัท ซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด(มหาชน)โดยก่อนปี 2550 ได้ใช้ชื่อนี้มาตั้งแต่ปี 2531
       ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.kroobannok.com/53120

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ประวัติblog
         บล็อก (Blog) คือ คำว่า “Weblog” ถูกใช้งานเป็นครั้งแรกโดย Jorn Barger ในเดือนธันวาคม ปี 1997 ต่อมามีฝรั่งที่ชอบเรียกสั้นๆ ชื่อนาย Peter Merholz จับมาเรียกย่อเหลือแต่ “Blog” แทนในเดือนเมษายน ปีค.ศ.1999 และจนมาถึงวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ.2003 ทาง Oxford English Dictionary จึงได้บรรจุคำว่า blog ในพจนานุกรม แสดงว่าได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ บล็อก (Blog) ขึ้นแท่นศัพท์ยอดฮิต อันดับหนึ่ง ซึ่งถูกเสาะแสวงหา ความหมาย ทางพจนานุกรมออนไลน์ มากที่สุด ประจำปี 2004
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เว็บไซต์ ดิกชั่นนารีหรือ พจนานุกรมออนไลน์ เมอร์เรียม-เว็บสเตอร์ได้ประกาศรายชื่อ คำศัพท์ซึ่งถูกคลิก เข้าไปค้นหา ความหมายผ่าน ระบบออนไลน์มากที่สุด 10 อันดับแรกประจำปีนี้ ซึ่งอันดับหนึ่งตกเป็นของคำว่า บล็อก” (blog) ซึ่งเป็นคำย่อของ เว็บ บล็อก” (web log) โดยนายอาเธอร์ บิคเนล โฆษกสำนักพิมพ์พจนานุกรมฉบับ เมอร์เรียม-เว็บสเตอร์ กล่าวว่า สำนักพิมพ์ได้เตรียมที่จะนำคำว่า บล็อกบรรจุลงในพจนานุกรมฉบับล่าสุดทั้งที่เป็นเล่มและ ฉบับออนไลน์แล้ว
แต่จากความต้องการของผู้ใช้ที่หลั่งไหลเข้ามา ทำให้เมอร์เรียม-เว็บสเตอร์ตัดสินใจบรรจุคำว่า บล็อกลงในเว็บไซต์ในสังกัดบางแห่งไปก่อน โดยให้คำจำกัดความไว้ว่า เว็บไซต์ที่บรรจุ เรื่องราวเกี่ยวกับบันทึกส่วนตัวประจำวัน ซึ่งสะท้อนถึงมุมมอง ความคิดเห็นของบุคคล โดยอาจรวมลิงค์เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่นๆ ตามความประสงค์ของเจ้าของเว็บบล็อกเองด้วยโดยทั่วไป คำศัพท์ที่ถูกบรรจุลงในพจนานุกรมนั้นจะต้องผ่านการใช้งาน อย่างแพร่หลาย มาไม่น้อยกว่า 20 ปี ซึ่งหมายความว่าคำคำนั้นจะต้องถูกนำมาใช้ โดยทั่วไปในระยะเวลาหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันคำศัพท์ ทางเทคโนโลยีรวมไปถึงโรคภัยไข้เจ็บใหม่ๆ อย่างเช่น โรคเอดส์ โรคไข้หวัดซาร์ส ถูกบรรจุลงในพจนานุกรมภายในระยะเวลาอันสั้น
         คำว่า บล็อกเริ่มใช้เป็นครั้งแรกๆผ่านทางหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารเมื่อปี 2542 แต่ผู้รวบรวมพจนานุกรมตั้งข้อสังเกตว่าการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และการประชุมใหญ่ของ พรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันเพื่อรับรองชื่อ ผู้สมัครเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนชาวสหรัฐฯ ผู้ติดตามข่าวสารส่วนใหญ่สนใจ และต้องการทราบความหมายที่แท้จริงของคำดังกล่าว โดยเฉพาะเมื่อคำศัพท์เหล่านั้นปรากฏเป็นข่าวพาดหัวตามหน้าหนังสือพิมพ์ทั่วไป
นอกเหนือจากคำว่า บล็อกแล้ว คำศัพท์ที่ติดอันดับถูกเข้าไปค้นหาความหมายสูงสุด 10 อันดับแรกประจำปีนี้ได้แก่ อินคัมเบนท์” (incumbent) ซึ่งหมายถึงผู้อยู่ในตำแหน่ง, “อิเล็กทอรัล” (electoral) หรือคณะผู้เลือกตั้ง
ขณะที่บางคำเป็นคำศัพท์ที่เกี่ยวเนื่องกับสงครามในอิรัก เช่น สตอร์มส” (stroms) ซึ่งมีความหมายว่ าการโจมตีอย่างรุนแรง, “อิน-เซอร์เจ้นท์” (insurgent) หรือกองกำลังฝ่ายต่อต้านการปกครอง อิรัก, “เฮอร์ริเคน” (hurri- cane) ซึ่งหมาย ถึงผลกระทบอย่างรุนแรง, “เพโลตัน” (peloton) ที่แปลว่ากองทหารขนาดเล็ก และซิคาด้า (cicada) ซึ่งความหมายตามรูปศัพท์ แปลว่าจักจั่น

     ขอบคุุณข้อมูลจาก http://nuttangmo.blogspot.com/2008/02/blog_07.html

วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แนะนำเจ้าของบล็อก

ชื่อ ด.ญ.เวธนี  มีไมตรีจิตต์  ชื่อเล่น เว :))
ชั้นม.2/1 เลขที่ 33  อายุ 13 ปี
โรงเรียน ตากพิทยาคม วิชาคอมพิวเตอร์ (ง22102)

บล็อกนี้สร้างมาเพื่อการเรียนใน วิชาคอมพิวเตอร์ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2